ทำความรู้จักกับแบล็คแจ็คเกมคาสิโนสุดฮิต

GCLUB

“แบล็คแจ็ค” (blackjack) คือเกมไพ่จำนวนสองใบที่มีแต้มรวมแล้วได้
21 แต้มพอดี จะกลายเป็นแบล็คแจ็คจะถือว่าคุณชนะโดยอัตโนมัติ
ยกเว้นว่าคุณและเจ้ามือได้แบล็คแจ็คเหมือนกัน
ซึ่งถือว่าคุณและเจ้ามือจะ ชน กัน แต้มรวม
สำหรับแบล็คแจ็คนั้นเป็นเกมที่ได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะในส
หรัฐอเมริกา ประเทศที่รวมแห่งคาสิโนใหญ่ๆเอาไว้
โดยเกมไพ่แบล็คแจ็ค 21 มีการเล่นมายาวนานกว่าสี่ศตวรรษ
แม้ว่ากฎระเบียบจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในช่วงเวลาที่ผ่านมา
ในเมืองเหมืองแร่ทางด้านตะวันตกของอเมริกา ไพ่สองใบรวมแต้มได้
21 จะได้รับเงินเท่าต่อเท่า ยกเว้นไพ่ในมือเป็นแจ็คและเอซหรือดอกจิก
โดยจะได้รับผลตอบแทนอัตรา 10-1
กฎนี้อาจเป็นที่มาของชื่อแบล็คแจ็คแทนชื่อเกมไพ่ยี่สิบเอ็ดที่ผ่านมา
ปัจจุบัน ชื่อแบล็คแจ็คและเกมไพ่ 21 ใช้แทนกันได้
แม้ว่าไพ่สองใบในมือรวมแต้มได้ 21 จะเรียกว่าแบล็คแจ็ค
และจ่ายในอัตรา 3-2 ส่วน 21
แต้มจากไพ่สามใบหรือมากกว่าเรียกว่าเกมไพ่ 21
และจ่ายเงินเท่าต่อเท่าถ้าแต้มรวมชนะเจ้ามือ แบล็คแจ็ค
นั้นได้รับความนิยมสูงสุดและเล่นกันอย่างแพร่หลายใน
คาสิโนฝั่งทวีปอเมริกาเหนือ ออสเตรเลียและยุโรป ในลาสเวกัสและ
แอตแลนติก ซิตี้
ส่วนในทวีปเอเชียจะมีความแตกต่างเล็กน้อย ในเอเชีย
แบล็คแจ็คจัดเป็นเกมอันดับ 2 เกมที่ได้รับความนิยมรองจากบาคาร่า
คาสิโนออนไลน์ในเอเชีย มักจะมีเกมนี้ให้บริการ
ทั้งแฟลชเกมและเกมแบบถ่ายทอดสด
แม้ว่าจะเป็นที่นิยมน้อยกว่าบาคาร่า
แต่ก็เป็นหนึ่งในเกมที่กำลังเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ทำความเข้าใจกับการนับแต้มแบล็คแจ็ค21
ไพ่เลข 2-10 = คิดตามตัวเลขบนหน้าไพ่
ไพ่แจ็ค, ควีน, คิง (J, Q, K) = 10 แต้ม
เอซ(A) = 1 แต้ม หรือ 11 แต้ม, ซึ่งทำให้ไพ่บนมือดีขึ้น

ยกตัวอย่าง: 6 + เอซ(A) = 7 แต้ม หรือ 17 แต้ม
ส่วนวิธีการเล่นแบล็คแจ็คเป็นเกมกระดานที่ผู้เล่นแข่งกับเจ้ามือ
ไม่ได้แข่งกันเอง ผู้เล่นเดิมพันขั้นต่ำและเดิมพันสูงสุดตามตาราง
เจ้ามือจะแจกไพ่สองใบให้ผู้เล่นแต่ละคนและตัวเอง
ไพ่หนึ่งใบของเจ้ามือจะหงายขึ้น
เพื่อให้ผู้เล่นเดาว่าเจ้ามือต้องการไพ่เพิ่มเติม (เรียกไพ่เพิ่ม)
หรือพอใจแล้ว

ทั้งนี้เจ้ามือจะได้เปรียบเพราะผู้เล่นต้องเลือกก่อนว่าจะรับไพ่เพิ่มหรือไม่
ถ้าผู้เล่นขอไพ่เพิ่มและได้แต้มเกิน 21 ถือว่า “ผู้เล่นเสีย”
และแพ้การเดิมพันทันที
โดยแบล็คแจ็ค ไพ่คิง ควีนหรือแจ็ค และไพ่สิบแต้ม
นับคะแนนเท่ากับ 10 ไพ่เอซอาจนับค่าเป็น 1 หรือ 11
ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้เล่น และไพ่อื่นทั้งหมดจะมีค่าตามหน้าไพ่
ตามจุดบนไพ่ เช่น นับได้แปด แสดงว่าแต้มเท่ากับ 8 เพื่อให้ชนะ
ผู้เล่นต้องมีแต้มรวมสูงกว่าเจ้ามือ โดยต้องไม่เกิน 21
เมื่อผู้เล่นได้ไพ่สองใบรวมแต้มเท่ากับ 21
สิบคะแนนจากไพ่สิบแต้ม ไพ่แจ๊ค ควีนหรือคิง พร้อมกับเอซ
ผู้เล่นจะชนะและได้รับการจ่ายเงินในอัตรา 3 ต่อ 2 หรือผู้เล่นจะ “เสมอ”
และไม่ได้รับเงิน ถ้าเจ้ามือได้ไพ่สองใบแต้มรวม 21 หรือแบล็คแจ็ค
โดยไม่คำนึงถึงแต้มรวมของผู้เล่น
ถ้าผู้เล่นได้แต้มไม่เกินและแต้มทั้งหมดมากกว่าเจ้ามือ
ผู้เล่นจะได้รับเงินหนึ่งเท่า (1 ต่อ 1)
เช่นเดียวกับกรณีที่เจ้ามือแต้มเกินหรือแต้มรวมมากกว่า 21

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *